วันพุธ, 5 สิงหาคม 2563

ข้อแนะนำ “เดิน วิ่ง ปั่น” อย่างไรให้ปลอด “โควิด-19”

ข้อแนะนำ “เดิน วิ่ง ปั่น” อย่างไรให้ปลอด "โควิด-19"

จากกรณีที่มีงานวิจัยของมหาวิทยาลัยในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ระบุว่าการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ล้วนเป็นกิจกรรมที่แพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ได้ไกลกว่า 2 เมตรทั้งสิ้น ทำให้บรรดาคนที่รักสุขภาพทั้งหลายเริ่มเป็นกังวลว่าตนเองอาจเผลอติดเชื้อจากคนที่มาออกกำลังกายโดยไม่รู้ตัว

  • “ออกกำลังกาย” นอกบ้าน อาจแพร่เชื้อ “โควิด-19” ได้ไกลถึง 20 เมตร

ทั้งนี้ เป็นเพราะงานวิจัยดังกล่าว ระบุว่า การเดินออกกำลังกาย สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ไกล 4-5 เมตร, ขณะที่การวิ่ง หรือปั่นจักรยานแบบช้าๆ แพร่เชื้อได้ไกล 10 เมตร และหากปั่นจักรยานแบบเร็วๆ จะส่งผลให้แพร่เชื้อได้ไกลถึง 20 เมตรเลยทีเดียว หากบุคคลที่ติดเชื้อ COVID-19 แต่ไม่แสดงอาการเกิดไอจามขึ้นมา

แม้ว่าหลายจังหวัดมีคำสั่งปิดสวนสาธารณะ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของคนที่ชอบมาออกกำลังกายไปจนถึงวันที่ 30 เม.ยนี้แล้ว แต่หลายคนยังออกกำลังกายอยู่ละแวกบ้านตัวเอง เช่นในหมู่บ้าน พื้นที่ส่วนกลาง จึงยังสุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากผู้อื่นได้

หากใครอดไม่ได้ที่จะงดออกกำลังกายนอกบ้าน โดยเฉพาะการวิ่งจ๊อกกิ้งเพื่อสุขภาพ นี่คือคำแนะนำที่จะทำให้คุณวิ่งได้อย่างสบายใจมากขึ้น ถ้าไปออกกำลังกายตามสถานที่สาธารณะในช่วงนี้

โดยเว็บไซต์ cnbc.com แนะนำว่าคุณไม่ควรวิ่งบนถนนที่พลุกพล่าน หรือวิ่งกันเป็นหมู่คณะ และไม่ควรหยุดทักทายหรือพูดคุยกับคนอื่น ถ้ารู้สึกเหงาที่ไม่มีคนคุยด้วย ให้เปลี่ยนมาใส่หูฟังโทรศัพท์แล้วโทรหากันแทน

ทางออกที่ดีที่สุด คือ การวิ่งคนเดียวหรือวิ่งตามลำพัง แต่ควรดูด้วยว่าละแวกที่คุณไปวิ่งจ๊อกกิ้งนั้น เปลี่ยวหรือดูไม่ปลอดภัยหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นให้หลีกเลี่ยงเสียเพราะอาจจะเจอมิจฉาชีพได้

ขณะที่เว็บไซต์ theconversation.com แนะนำว่าแทนที่จะวิ่งตามหลังกัน ควรวิ่งข้างกันแทน โดยมีระยะห่าง 1.5 เมตร

หากออกกำลังกายโดยอยู่ตามหลังผู้อื่น ควรเว้นระยะห่างให้มากขึ้น โดยกรณีที่เดินออกกำลังกายให้เว้นระยะอย่างน้อย 4-5 เมตร แต่ถ้าเป็นการวิ่งจ๊อกกิ้งหรือปั่นจักรยานช้าๆ ให้เว้นระยะห่าง 10 เมตร และถ้าเป็นการปั่นจักรยานเร็วควรเว้นระยะห่างให้มากขึ้น อย่างน้อย 20 เมตร

แต่คำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ คือการออกกำลังกายอยู่ที่บ้าน หรือภายในพื้นที่บริเวณบ้านของตนเองจะปลอดภัยที่สุด อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าคนในบ้านไม่มีใครติดเชื้อแน่ๆ

เพราะตอนนี้ การอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญ และใส่ใจมากที่สุด เพื่อลดปริมาณผู้ติดเชื้อในบ้านเราให้ลดน้อยลงจนกระทั่งเหลือตัวเลขเป็นศูนย์ ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตเป็นปกติอีกครั้ง